Stage : 1
บุคคลแห่งคำมั่นสัญญา : The Promise
P.1
-- กรุงเทพฯ ในช่วงเวลาหนึ่งหลังจากนี้อีกหลายปี --
เ ป็นช่วงเวลาเช้าที่แสนสดชื่น แทบไม่น่าเชื่อว่าจะมียามเช้าแบบนี้ในกลางเมืองหลวงที่แสนวุ่นวาย ปรากฏร่างของสาวน้อยในบ้านหลังหนึ่ง...บนเตียงอันอ่อนนุ่มแสนสบาย ในห้องนอนที่ทาด้วยสีฟ้าอ่อน มีของประดับตกแต่งน่ารักๆทั่วทั้งห้อง เสียงนกกระจอกร้องจิ้บๆปลุกเธอให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราพร้อมกับเสียงของคุณป้าแม่บ้านเคาะประตู
"หนู
อายล์ ตื่นได้แล้วจ้ะ สายแล้วนะ เห็นว่าวันนี้จะไปเที่ยวไม่ใช่เหรอ" เสียงคุณป้าฟังดูอบอุ่นและใจดีดังลอดเข้ามาภายในห้อง
"ค่ะ คุณป้า" เด็กสาวตอบกลับด้วยเสียงงัวเงีย
เสียงฝีเท้าเดินลงบันใดจากไป...
ภายในห้องยังคงมืดสลัวเนื่องจากแสงสว่างจากพระอาทิตย์ยามเช้าไม่อาจลอดผ่านม่านที่หน้าต่างห้องนี้ได้ เด็กสาวค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงด้วยอาการงัวเงียเล็กน้อย เธอบิดขี้เกียจอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินไปยังห้องน้ำใกล้ๆ และเริ่มที่จะอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายในยามเช้า ที่ใครๆก็ทำเป็นเรื่องปกติ...
เมื่อภาระกิจส่วนตัวของเธอเสร็จสิ้น เธอเดินออกมาจากห้องน้ำและเดินไปที่กระจก ใกล้ๆกันนั้นมีสวิตซ์ไฟ เธอเอื้อมมือไปกด แสงสว่างจากหลอดไฟได้สาดส่องลงมา ทำให้ทุกๆอย่างมองเห็นชัดเจนขึ้น...
ร่างสะท้อนของเด็กสาวในกระจกก็เด่นชัดขึ้นเช่นกัน เธอเป็นคนที่ดูดีไม่น้อย ผมของเธอมีสีน้ำตาลเข้ม ยาวสยายถึงกลางหลัง ผิวขาวนวลอมชมพู จมูกและปากของเธอเล็กน่ารัก และจัดวางได้อย่างลงตัวบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาของเธอ ดวงตากลมโต นัยน์ตาสีฟ้าที่เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร...หรือว่าได้จากพ่อแม่...ใช่แล้ว ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อและแม่ของเธอดูเลือนลาง หลังจากที่ทั้งคู่หายสาปสูญไปอย่างไม่ทราบสาเหตุในวันเกิดครบรอบเจ็ดขวบของเธอ เมื่อสิบปีก่อน...
"ตายล่ะ---- เดี๋ยวไม่ทันแน่ๆ" อายล์พึมพำกับตัวเองพลางเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อค้นหาชุดที่จะใส่ไป พลางสลัดความคิดร้ายๆออก เด็กสาวยังคงเชื่อมั่นว่าจะได้พบพ่อและแม่อีกครั้ง เพราะคำพูดของคนๆหนึ่ง... หลังจากที่เธอประทินโฉมตัวเองด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว และในที่สุดเธอก็หาชุดโปรดของเธอเจอจนได้...มันเป็นเสื้อเชิ้ตแขนกุดสีขาว ประดับด้วยเนคไทท์เล็กๆสีดำดูเข้าชุด และมีกางเกงยีนส์สามส่วนสีดำแขวนอยู่ด้านในด้วย
ในที่สุดเธอก็เดินลงมาที่โต๊ะทานอาหารด้วยชุดสุดโปรด อายล์พบกับคุณป้าแม่บ้านที่รออยู่แล้ว "นี่จ้ะ วันนี้ป้าทำของโปรดของหนูไว้เพียบเลยนะ" คุณป้าพูดพร้อมกับยิ้ม "คืนนี้กลับกี่โมงจ๊ะ? ป้าจะเตรียมทำอาหารอร่อยๆไว้รอฉลองวันเกิดของหนู"
สำหรับอายล์แล้ว วันเกิดทุกปีล้วนเป็นวันที่ทำให้เธอหวนนึกถึงความโศกเศร้าและหวาดกลัวของเด็กหญิงตัวเล็ก ที่ได้รู้ว่าพ่อและแม่ของเธอหายตัวไปในขณะเดินทางไปติดต่อธุรกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ยังคงหาคำตอบกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้
"คงประมาณสองสามทุ่มน่ะค่ะ คุณป้า แต่จริงๆแล้วไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษก็ได้นะคะ สำหรับหนูแล้ว วันเกิดน่ะ --" "สำหรับป้าแล้ว วันเกิดของหนูอายล์เป็นวันสำคัญจ้ะ" คุณป้าแม่บ้านรีบพูดแทรกก่อน เพราะเธอรู้ดีว่าอายล์กำลังนึกถึงเรื่องพ่อและแม่อยู่ "...ค่ะ คุณป้า" เด็กสาวตอบ เธอพยายามทำเสียงให้เป็นปกติและซ่อนสีหน้าเศร้าสร้อยเอาไว้ ก่อนที่จะเริ่มทานอาหารตรงหน้า
ปัจจุบันอายล์อาศัยอยู่กับคุณป้าแม่บ้านที่เลี้ยงดูเธอตั้งแต่ยังแบเบาะ ในบ้านหลังใหญ่ของพ่อและแม่ โดยค่าใช้จ่ายและค่าจ้างทั้งหมดได้รับจากผู้ที่บอกว่าเป็นอาของเธอ รับอุปการะไว้โดยที่เธอไม่เคยเห็นหน้าคุณอาคนนี้มาก่อน ทราบแต่เพียงว่าเขาอยู่ที่อิตาลีเท่านั้น
เวลาผ่านไป เมื่ออายล์จัดการกับอาหารแสนอร่อยตรงหน้าเสร็จแล้ว วันนี้เธอตั้งใจจะไปงานคอสเพลย์ที่จัดขึ้นในห้างแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมือง มันเป็นความสุขของเธอที่ได้เห็นตัวละครที่เธอชอบออกมาโลดแล่นมีชีวิตชีวาผ่านทางกลุ่มคนที่ชื่นชอบแบบเดียวกับเธอ... และไม่นานเธอก็มาถึงยังสถานที่จัดงาน และดื่มด่ำกับความสุขนั้นผ่านทางเลนส์ของกล้องถ่ายรูปดิจิตอล โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าหลังจากนี้ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง...
-- อีกด้านของงาน ในมุมที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านเท่าไรนัก --
มุมหนึ่งที่มีเงาบดบังร่างสามร่าง ทำให้มองเห็นได้ไม่ถนัด
"เด็กคนนั้นน่ะเหรอคะ บุคคลแห่งคำมั่นสัญญา" เสียงของหญิงสาวดังขึ้น ในขณะที่จ้องมองไปทางอายล์ ซึ่งกำลังวุ่นอยู่กับการถ่ายรูปคอสเพลย์ตัวละครตัวหนึ่งจากเกมต่อสู้ออนไลน์
เงียบกันไปครู่หนึ่ง เงาที่ดูเหมือนจะสวมผ้าคลุมหน้าที่มียอดแหลมเหมือนพวกลัทธิฆ่าคนดำเคยสวมใส่เมื่อครั้งมีชีวิต พยักหน้าเล็กน้อย
"อืม
เก็ทแมนเขาว่าแบบนั้น ก็น่าจะใช่นั่นล่ะ" คราวนี้เป็นเสียงของชายหนุ่มคนที่สามเอ่ยขึ้นมาเพื่อตอบคำถาม
"แต่ว่า ถ้าตามที่ตำรากล่าวไว้ เธอน่าจะมีผมสีฟ้าไม่ใช่เหรอ แต่นี่เธอเป็นแค่เรดไซน์ธรรมดาเองนะ" เสียงหญิงสาวถามอีกครั้ง
เงาที่ดูเหมือนจะชื่อว่าเก็ทแมนพ่นลมผ่านจมูกออกมาอย่างรำคาญ
"ใช่ -- แต่ดูเหมือนว่าเธอจะลืมไปแล้วนะ ว่าในตำรานั้นได้มีเขียนไว้ -- เครื่องหมายของบุคคลแห่งคำมั่นสัญญาจะปรากฏแน่ชัดเมื่อถึงเวลาที่ฟันเฟืองแห่งมิติเวลามาบรรจบกัน -- และวันนี้ หลังจากวันเกิดครบรอบสิบเจ็ดปี ก็คือเวลาแห่งคำมั่นสัญญาที่ว่า" เขากล่าว
"เอาน่า อย่าเถียงกันเลย" ชายอีกคนพูดตัดบท "อย่างน้อยสิ่งที่ยืนยันได้อย่างหนึ่งก็คือเธอมีดวงตาสีฟ้านั่นไง"
เป็นขณะเดียวกับที่อายล์ถ่ายภาพคอสเพลย์คนนั้นเสร็จพอดี และเธอกำลังเดินตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่
"เฮ้ !! ดูเหมือนว่าเธอจะเห็นพวกเราเข้าซะแล้วล่ะ" เสียงชายคนเดิมพูดขึ้น "อ้อ นี่เป็นงานที่พวกเรดไซน์แต่งตัวเป็นอะไรที่ตัวเองชอบสินะ แล้วการแต่งตัวของพวกเรามันก็ -- พวกเรารีบไปกันก่อนดีกว่า เวลาแห่งคำมั่นสัญญามันเป็นตอนสี่ทุ่มของประเทศนี้นี่ " เขากล่าว พลางจะขยับตัวออกจากมุมนั้นเพื่อจะหลีกเลี่ยงการพบหน้ากับอายล์
"เดี๋ยวก่อนค่ะ พี่ๆ" การหลีกเลี่ยงนั้นดูเหมือนจะช้าไป เมื่ออายล์ตะโกนเรียกพวกเขาจากทางด้านหลัง "ชุดคอสของพวกพี่เท่มากเลยค่ะ ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ?"
"ข้าเกลียดการถ่ายภาพ --" เก็ทแมนคำรามเบาๆ แต่ชายหนุ่มยกมือขึ้นห้ามไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะพูดต่อเมื่ออายล์เข้ามาใกล้พอที่จะได้ยิน
"ได้สิ แต่พวกเรากำลังจะไปแล้ว แค่รูปเดียวพอนะ" เขาพูดกับอายล์ด้วยน้ำเสียงฟังดูเป็นธรรมชาติที่สุด และทั้งสามคนก็ออกจากมุมมืดนั้นเพื่อเดินเข้าไปหาอายล์
การแต่งตัวของพวกเขา หากไม่ได้อยู่ในงานคอสเพลย์นี้ก็คงต้องบอกว่าแปลก ในประเทศที่มีอากาศร้อนแบบนี้ เก็ทแมน ชายร่างใหญ่ที่สวมชุดผ้าคลุมสีดำทั้งตัว และปกปิดศีรษะด้วยหมวกคลุมหน้าที่มียอดแหลม ส่วนที่คิดว่าเป็นบริเวณหน้าผากมีเขาสีแดงเล็กๆยื่นออกมา หมวกนั้นเจาะรูแค่ที่ตาสองข้างเท่านั้น ส่วนที่เป็นปากถูกเย็บติดกันไว้ ดูค่อนข้างน่ากลัว
ส่วนหญิงสาวนั้นมีผมสีชมพู น่าแปลกที่ผมของเธอดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการย้อมสี เธอเกล้าผมขึ้นในแนวสูงและแยกออกทั้งสองข้าง ผิวขาวซีด ดวงตาหรี่เล็กจนเหมือนหลับตาอยู่ตลอดเวลา เธอสวมชุดคลุมยาวที่เปิดด้านหน้าทั้งหมด และใส่ชุดสั้นมีระบายสีชมพูไว้ด้านใน เธอสวมถุงมือตาข่ายที่ทำจากกำมะหยี่ชั้นดี รองเท้าบู้ทส้นสูงของเธอก็ดูมีราคาแพงไม่น้อย ดูๆแล้วเธอจัดว่าเป็นคนที่สวยมากคนหนึ่ง
ตามมาด้วยชายคนสุดท้ายที่ดูเป็นมิตรกับเธอที่สุด เขามีผมสีน้ำเงินเข้มอมม่วง มัดผมรวบไปด้านหลังเล็กๆ และก็อีกเช่นกันที่ผมของเขาดูไม่เหมือนการย้อมสี ผิวขาว ความสูงของอายล์อยู่ประมาณไหล่ของเขา สวมแว่นกันแดดที่ปกปิดดวงตาทั้งหมด ชุดของเขาเป็นสูทที่ดูหรูหราที่สุด สวมเนคไทสีน้ำเงิน ด้านหลังของชุดทุกคนมีสัญลักษณ์สีฟ้าและน้ำเงินที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอยู่ การปรากฏตัวของทั้งสามดูเป็นที่ฮือฮาของคนในงาน (ด้วยร่างกายอันใหญ่โตของเก็ทแมนนั่นเอง) พวกเขาเดินตรงมาที่อายล์ ซึ่งเด็กสาวได้ไหว้วานให้คนแถวนั้นเป็นคนถ่ายภาพให้เรียบร้อยแล้ว เธอยืนอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสามคน และมีเสียงชัตเตอร์ดังขึ้น...
-- เวลาประมาณสามทุ่มกว่าๆ ณ บ้านของอายล์ --
เมื่อเธอเดินมาถึงหน้าบ้าน อายล์ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าบ้านของเธอยังคงมืดมิดอยู่ และเมื่อเธอเปิดประตูบ้านออกก็พบคุณป้าแม่บ้านยืนอยู่ท่ากลางความมืด แสงไฟสลัวจากถนนส่องกระทบใบหน้า สีหน้าของคุณป้าดูเหม่อลอย
"อ้าว!! สวัสดีค่ะคุณป้า ทำไมไม่เปิดไฟล่ะคะ?" อายล์พูด พลางเอื้อมมือไปกดสวิตซ์ไฟที่ด้านหลัง
แต่ร่างนั้นไม่ได้ตอบรับใดๆ จนกระทั่งแสงสว่างจากหลอดไฟสว่างขึ้น อายล์เห็นร่างนั้นอย่างชัดเจน ดวงตาของหล่อนไร้ซึ่งสัญญาณแห่งการมีชีวิต ก่อนที่อายล์จะตัดสินใจใดๆ ร่างนั้นก็ล้มลงอย่างช้าๆ ... เธอตายแล้ว
เด็กสาวกรีดร้องสุดเสียง ความหวาดกลัวและสับสนถาโถมเข้ามาในจิตใจของเด็กสาวตัวเล็กๆอย่างโหดร้าย และเธอได้เห็นเงาร่างปริศนาอยู่ด้านในบ้านค่อยๆเคลื่อนที่มาทางเธอ...
P.2
"สวัสดี" เงาร่างนั้นเอ่ยทักทายเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็นในน้ำเสียงของมัน เสียงประตูบ้านด้านหลังปิดอย่างแรงดังปัง น่าแปลกที่บริเวณนั้นไม่มีคนอยู่ และไม่มีลมพัดใดๆ
"ชะ-ช่วยด้วย!!" เด็กสาวละล่ำละลัก เธอก้าวถอยหลังพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แต่ร่างในเงามืดนั้นกล่าวต่อไปราวกับไม่สนใจการกระทำของเธอแม้แต่น้อย
"โฮ่ คิดว่าพวกเรดไซน์จะช่วยเจ้าได้งั้นหรือ? สาวน้อย -- 'บุคคลแห่งคำมั่นสัญญา' " ร่างนั้นกล่าว พลางเดินช้าๆเข้าหาเด็กสาวที่กำลังเริ่มจะกดเบอร์ฉุกเฉิน
ทันใดนั้น ชั่วขณะที่อายล์จะกดปุ่มโทรออก โทรศัพท์ของเธอกระเด็นหลุดออกจากมือไปตกอยู่หน้าคนร้ายอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอตะลึงงัน... ความหวังสุดท้ายคือการหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เธอเริ่มหันหลังและจะก้าวเท้าวิ่ง
"คิดจะหนีจากพวกเรางั้นหรือ -- ไม่มีทาง -- ซันดะ!!" ยังไม่ทันสิ้นเสียงสั่ง ก็มีเงาร่างอีกสายพุ่งออกมาจากด้านหลังผู้สั่ง มันพุ่งใส่อายล์ด้วยความรวดเร็วจนแทบจะมองไม่ทัน เด็กสาวเริ่มกรีดร้องอีกครั้งหนึ่ง ...
"ในนามแห่งข้า
ยูดา ขอปลดปล่อยพลังแห่งกำไลศาสตราวุธ ดูอัล บัคเลท!!" เสียงของชายหนุ่มที่ฟังคุ้นหู ดังจากที่ไหนสักแห่ง ทันใดนั้น กำแพงระหว่างอายล์และเงาที่พุ่งเข้าใส่ได้พังทลายลงราวกับถูกตัดด้วยของมีคม ชั่วพริบตานั้นเด็กสาวรู้สึกเหมือนถูกโอบอุ้มไว้ในอ้อมแขนอย่างนิ่มนวล ในขณะที่เงาทะมึนขนาดใหญ่ได้เข้าขวางทางระหว่างอายล์และอันตรายที่ถาโถมเข้ามาจนมันต้องถอยออกไปด้วยความประหลาดใจ เขาคือเก็ทแมนนั่นเอง และคนที่โอบอุ้มเด็กสาวไว้คือชายหนุ่มผมสีน้ำเงินอมม่วง เขาถือดาบโบราณที่งดงามในมือข้างที่ไม่ได้โอบกอดเธอ ดวงตาของเขาที่ปราศจากแว่นกันแดดนั้นไร้ซึ่งแววตา ประดุจดังห้วงมหาสมุทรที่เงียบเหงาอ้างว้างไร้ขอบเขต ใบหน้าของเขาเกือบจะชิดกับเด็กสาวและจ้องมองเธออย่างสุภาพพร้อมส่งรอยยิ้มเล็กๆให้ ใจเธอเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"พวกบลูไซน์งั้นรึ?" น้ำเสียงเยียบเย็นดังขึ้น อายล์มองผ่านร่างมหึมาของเก็ทแมนไปพบกับเจ้าของเสียง เขาเป็นชายฉกรรจ์ที่ใส่ชุดแบบจีน มีสีแดงเข้ม ผิวของเขาขาวซีด ผมที่มีสีแดงตั้งขึ้นและดูยุ่งเหยิงในเวลาเดียวกัน ใบหน้าเกือบจะเหมือนมนุษย์ ถ้าไม่นับดวงตาที่เป็นขีดเส้นตรงดูแล้วน่ากลัวคู่นั้น
"แบบนี้ก็แน่ใจได้แล้วว่าเธอคือบุคคลแห่งคำมั่นสัญญาตัวจริง ใช่ไหม?
อลิซาเบธ" ชายหนุ่มพูด พลางหันไปมองหญิงสาวที่เดินตามเข้ามาอย่างช้าๆ "และใช่ -- พวกเราคือ บลูไซน์ --" เขาหันไปตอบคำถามด้วยสีหน้ามั่นใจ เด็กสาวในอ้อมกอดยังคงหน้าแดงอยู่อย่างนั้น
"ท่านผู้นั้นคาดไว้ไม่มีผิดจริงๆ เรื่องที่พวกแกรู้ -- เกี่ยวกับบุคคลแห่งคำมั่นสัญญา" ชายที่อยู่ในชุดแบบจีนสีแดงเข้มกล่าวช้าๆ เขาดูไม่สะทกสะท้านใดๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "แต่ว่า--" เขาพูดเน้นเสียง พลางจะขยับตัว ดูเหมือนว่าทั้งเก็ทแมนและยูดาต่างก็สังเกตเห็น จึงตั้งท่าระวังอย่างเต็มที่
ตอนนี้อายล์ไม่ได้อยู่ในอ้อมกอดของยูดาอีกต่อไปแล้ว เขาให้เธอหลบอยู่ที่ด้านหลัง และกระซิบบอกเบาๆว่า "ไม่ต้องห่วง พวกเราจะปกป้องเธอเอง" แม้เด็กสาวจะงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งความตายของคุณป้า สิ่งที่มีใบหน้าคล้ายมนุษย์ และกลุ่มบุคคลที่เธอได้พบเจออยู่ตรงหน้า แต่เธอก็รู้สึกมั่นใจอย่างประหลาดกับคำพูดของคนที่พึ่งจะเคยพบกันเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
"ข้าไม่ใช่พวกปลายแถวที่จะอาศัยช่องว่างทีเผลอเล่นงานพวกเจ้าหรอก" ชายในชุดแดงกล่าว "แต่ชะตากรรมของพวกเราก็ย่อมต้องเข่นฆ่ากันอยู่แล้วล่ะ"
"ดูจากการตายของหญิงชราคนนี้ พวกแกคงเป็นโซล สตีลเลอร์สินะ ไม่นึกว่าพวกนี้จะมีมารยาทกับเขาด้วย นึกว่าจะเป็นแต่ลับๆล่อๆ แอบขโมยวิญญาณชาวบ้านไปกินซะอีก" อลิซาเบธพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูถูกอย่างที่สุด เธอทำท่าจะพูดต่อแต่ต้องหยุดกลางคันเมื่อสังเกตเห็นปฏิกริยาของเก็ทแมน ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นแทรก
"แก!!" อมนุษย์ตนที่ดูเหมือนจะชื่อว่าซันดะคำรามเสียงดัง เขาดูเหมือนมนุษย์ผู้ชายที่มีใบหน้าเสี้ยมแหลม ศีรษะโล้น มีดวงตาเป็นขีดเส้นตรงและผิวขาวซีดเช่นเดียวกับชายชุดแดง เพียงแต่ว่าเขาใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีน้ำเงินเท่านั้น เขาทำท่าจะพุ่งเข้าใส่อลิซาเบธ แต่ถูกห้ามไว้ด้วยชายชุดแดง "ห้ามข้าทำไมล่ะ ท่านพี่
โฮโน่ ท่านไม่ได้ยินที่มันพูดดูถูกพวกเรางั้นหรือ ปล่อยให้ข้าได้กระชากวิญญาณของนังนี่..." เขากล่าวอย่างโกรธแค้น และชี้นิ้วมาทางอลิซาเบธซึ่งตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือไว้เช่นกัน
"ใจเย็นไว้
ซันดะ ลืมที่ข้าสอนไปแล้วหรือ -- ในการต่อสู้ ห้ามวู่วามเด็ดขาด" โฮโน่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าพูดถูกไหมล่ะ อลิซาเบธ บาโธรี่ ฮาร์ฟแวมไพร์กระหายเลือด ที่สุดท้ายก็โดนพวกเรดไซน์จับยัดเข้าห้องขังอย่างน่าสมเพช" สีหน้าของโฮโน่ยังคงเฉยชา แต่ซันดะแสยะยิ้มอย่างสะใจที่พี่ชายของเขาได้คืนคำดูถูกให้กับอลิซาเบธ
คราวนี้อลิซาเบธเป็นฝ่ายโมโหบ้าง แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ยูดาพูดแทรกขึ้นมาพอดี
"ให้อีกคนที่ซ่อนอยู่ออกมาก่อนดีกว่ามั้ง? และถ้าพวกแกมั่นใจในฝีมือการต่อสู้จริงๆ พวกเราก็พร้อมที่จะสู้ตัวต่อตัว --- ด้วยเกียรติแห่ง บลูไซน์" ยูดาพูด ในขณะที่อายล์ยังคงสงสัยว่ายังมีอีกคนอยู่ที่นี่ด้วยหรือ
"ยอดเยี่ยม!!...ไหวพริบเฉียบคมสมกับเป็นเจ้า ยูดา -- ออกมาซะ
คาเสะ!!" ทันทีที่โฮโน่พูดจบ ก็มีสายลมกรรโชกขึ้นที่ด้านหลังของเขา และปรากฏร่างที่ขาวซีดของอมนุษย์เพศหญิงขึ้น ร่างนั้นสวมชุดรัดรูปสีฟ้า ทรงผมถูกถักเป็นลอนๆและมีสีน้ำเงินเข้ม ใบหูที่ยาวแหลมทำให้รู้ว่าไม่ใช่คน พอๆกับดวงตาคู่นั้นที่เหมือนกับโฮโน่และซันดะไม่มีผิด หล่อนก้าวออกมายืนข้างๆโฮโน่
"มาเริ่มกันเลยดีไหม พอดีว่าพวกเราไม่ค่อยจะมีเวลา" ยูดาพูดพร้อมกับตั้งท่าจรดดาบเตรียมพร้อมรับศึก ในขณะที่อลิซาเบธพาตัวอายล์ออกมาหลบที่ด้านหลัง พร้อมทั้งกางม่านพลังโปร่งใส จากเครื่องมืออะไรบางอย่างที่เหมือนลูกบอลกลมๆสามลูก แล้วกำชับว่า "อยู่ด้านหลังนี้จะปลอดภัยสำหรับเธอ จะไม่มีอะไรทำร้ายเธอได้ ถ้าหากเห็นท่าไม่ดี รีบหนีไปซะ -- นั่นหมายความว่าพวกเราแพ้นะ ซึ่งจะไม่เป็นอย่างนั้นแน่ๆ" น้ำเสียงของอลิซาเบธดูมั่นใจมากๆ อายล์ได้แต่พยักหน้า เพราะไม่รู้จะตอบยังไงดี
"ไม่ต้องรีบร้อนไป... คาเสะ!! เจ้าจงจัดการกับอลิซาเบธซะ ส่วนซันดะ!! เจ้ากับชายร่างยักษ์นี่" โฮโน่สั่งการ คาเสะพุ่งกระโดดหายไปทางสวนหลังบ้านพร้อมกับอลิซาเบธ แต่ซันดะที่โกรธแค้นอลิซาเบธผู้ซึ่งดูถูกเผ่าพันธุ์ของพวกเขากลับทำสีหน้างุนงง และหันมาถามโฮโน่
"อะไรกัน ท่านพี่ ทำไมข้าถึง---" ซันดะยังไม่ทันกล่าวจบ โฮโน่ก็สวนทันควันว่า "เจ้าไม่ใช่ต่อสู้ของนางอย่างแน่นอน ธันเดอร์ครอสซิ่งของเจ้าไม่อาจทะลวงผ่านการป้องกันของนางได้หรอก และนี่คือคำสั่ง ซันดะ!!" เพียงแค่โฮโน่จ้องมองไปยังซันดะเท่านั้น เขากลับมีสีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะกัดฟันแน่นแล้วกระโดดหายไปพร้อมกับเก็ทแมน...
P.3
-- ณ บริเวณสวนหลังบ้าน --
สถานที่ที่กว้างขวางพอสมควร รายล้อมด้วยพุ่มไม้เตี้ยๆ มีดอกไม้ที่กำลังบานและส่งกลิ่นหอมไปทั่วอาณาบริเวณ -- ปรากฏร่างของสองหญิงสาวที่ยืนประจันหน้ากัน น่าแปลกที่อากาศระหว่างทั้งคู่ กลับนิ่งสงบราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ ณ ที่นั้น ซึ่งขัดแย้งกับสายลมที่พัดไหวอยู่โดยรอบ
"หากไม่แนะนำตัวก่อนคงจะเสียมารยาทมากๆสินะ -- นามของข้าคือ คาเสะ วายุพันธนาการ" อมนุษย์สาวกล่าวด้วยน้ำเสียงแหลมสูง
"คงไม่จำเป็นต้องบอกชื่อชั้นหรอก เพราะดูท่าทางพวกเธอคงจะรู้กันดีอยู่แล้วล่ะ" อลิซาเบธตอบ
"ถ้าอย่างนั้นล่ะก็..." คาเสะพูดลากเสียง พลางตั้งท่าเตรียมพร้อม "รับมือ!!"
ชั่วพริบตานั้นร่างของคาเสะก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย แต่อลิซาเบธกลับไม่แปลกใจแม้แต่น้อย เธอมองตามเงาร่างของคาเสะไปที่ด้านบน อมนุษย์สาวกระโดดเตะลงมาด้วยความรวดเร็ว ในขณะนั้นเอง อลิซาเบธได้ยกมือข้างซ้ายขึ้นและจุมพิตไปยังแหวนอัญมณีรูปหัวใจที่สวมใส่อยู่ พลางพูดว่า
"ด้วยอำนาจแห่งบาโธรี่ ขอบัญชา จงปกป้องด้วยรัก "ฮาร์ท บีมชิลด์"!!" พลันเกิดประกายแสงขึ้นที่แหวน อลิซาเบธชูมือขึ้น ทันใดนั้นประกายแสงแปรเปลี่ยนเป็นรูปหัวใจจำนวนมากมารายล้อมอลิซาเบธไว้ เธอใช้มันป้องกันการโจมตีของคาเสะ และมีสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้น...
"กรี๊ดดดดด!!" เสียงกรีดร้องของอมนุษย์สาวดังขึ้น ทันทีที่เท้าของเธอกระทบแสงรูปหัวใจดวงหนึ่ง มันเปล่งแสงสีชมพูขึ้นชั่วขณะ ดูเหมือนว่ามันจะสามารถสะท้อนพลังที่เธอได้โจมตีเข้าไปยังโล่นั้น และกระแทกร่างของผู้ที่มากล้ำกรายมันจนกระเด็นออกมา อลิซาเบธยังคงนิ่งอยู่ในท่าตั้งรับนั้น แต่บนใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มแห่งความมั่นใจปรากฏอยู่
"ถ้านี่คือพลังทั้งหมดของเธอแล้วล่ะก็ ชั้นเสียใจที่จะต้องบอกว่า -- เธอไม่ชนะแน่ๆ" อลิซาเบธพูดเป็นเชิงถาม แต่มันแฝงไว้ด้วยความมั่นใจในชัยชนะ
"อย่าได้ดูถูกพวกเรา!! บลูไซน์!! เจ้าพวกทรยศชั้นต่ำ ข้าจะฆ่าแก!!" อมนุษย์สาวกรีดเสียง พลางลุกขึ้นยืนอีกครั้ง อย่างช้าๆ ... การสะท้อนกลับของพลังเมื่อครู่คงมีผลพอดูเลยทีเดียว
"เปิดเผยนิสัยที่แท้จริงแล้วล่ะสิ แม่คนเลือดเย็น" อลิซาเบธจีบปากจีบคอ
"แก!!" คาเสะตะโกน เธอยืดตัวตรงพลางกางแขนทั้ง2ออกเป็นรูปไม้กางเขน และกล่าวว่า
"จงพันธนาการ สายลมแห่งความเงียบ "วินด์ ครอสซิ่ง"!!" เมื่อกล่าวจบ ก็บังเกิดสายลมห่อหุ้มที่ข้อมือและข้อเท้าของหล่อน มันเป็นสายลมที่ดูแล้วเงียบเหงา เวิ้งว้าง และไร้ซึ่งเสียงใดๆ คาเสะได้ยื่นมือมาทางอลิซาเบธ และปล่อยสายลมเข้าใส่คู่ต่อสู้ของหล่อน ซึ่งได้เตรียมพร้อมรับการโจมตีและสะท้อนกลับเอาไว้แล้ว
"จะกี่ครั้งก็เหมือนเดิมล่ะน่า -- เอ๊ะ!?" ยังไม่ทันสิ้นเสียง อลิซาเบธก็อุทานด้วยความแปลกใจ สายลมที่คาเสะปล่อยออกมานั้นไม่ถูกสะท้อนด้วยโล่แสงของเธอ แต่มันกลับรัดรึงที่ข้อมือและข้อเท้า พร้อมทั้งบังคับให้ร่างของเธอลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
อมนุษย์สาว คาเสะ ระเบิดหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เธอพุ่งเข้าไปตบหน้าของอลิซาเบธอย่างรุนแรง พลางพูดว่า "แปลกใจใช่ไหมล่ะ? นังโง่!! สายลมพันธนาการของข้าเป็นส่งที่เกือบจะไม่มีตัวตน และมันจะสะกดพลังของแอคเซสซอรี่ได้ทุกชนิด แอคเซสซอรี่งี่เง่าของแกมันแค่ของเด็กเล่นเมื่ออยู่ต่อหน้าสายลมของข้า" เมื่อกล่าวจบเธอก็หัวเราะด้วยเสียงอันแหลมสูงอีกครั้ง
"มีลูกเล่นแบบนี้ซ่อนอยู่ด้วยเหรอ น่าสนใจจริงๆ" อลิซาเบธกล่าว ริมฝีปากของเธอมีเลือดสีฟ้าไหลออกมา
"จะกินวิญญาณของแกดี หรือว่าจะฆ่าทิ้งซะเลยดีล่ะ?" คาเสะถาม มันเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ "ทรมานก่อนแล้วค่อยฆ่าทิ้งก็แล้วกัน ถึงจะสาสมแล้วกับพวกแก บลูไซน์" เสียงหัวเราะแหลมสูงดังขึ้นอีกครั้ง...
-- ในขณะเดียวกันนั้น ที่บริเวณหลังคาของบ้าน --
เก็ทแมนและซันดะได้เริ่มต้นการต่อสู้ขึ้นแล้ว โดยซันดะนั้นใช้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนแทบจะมองไม่ทัน เข้าโจมตีเก็ทแมนที่ยังคงยืนนิ่งตั้งรับการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สภาพร่างของเขาดูทรุดโทรมมาก แต่ในแววตายังคงนิ่งเฉย
"เป็นอะไรไป ไอ้ยักษ์ มองไม่ทันหรือไง มีน้ำยาแค่นี้เหรอ ไอ้พวกบลูไซน์ชั้นต่ำ" ซันดะคำรามก้องในขณะที่กระโดดเตะเข้าที่ใบหน้าของเก็ทแมนอย่างจัง เสียงดังสนั่น
ร่างของเก็ทแมนซวนเซไปทางด้านหลังเล็กน้อย หน้ากากที่เขาสวมอยู่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีฟ้า เขาถ่มเลือดลงที่หลังคา ใช้แขนเสื้อเช็ดที่ปาก และไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมา
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!" ซันดะระเบิดเสียงหัวเราะราวกับคุ้มคลั่ง ชั่วอึดใจเดียว ร่างของเขาก็อันตรธานหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ มาปรากฏอยู่ด้านหน้าของเก็ทแมนในชั่วพริบตา พร้อมกับเงื้อมือทั้ง2ข้างไปด้านหลัง พร้อมกับพูดว่า "กระบวนท่าฝ่ามือคลื่นกระแทก!!" และจรดฝ่ามือทั้ง2ลงบริเวณอกของเก็ทแมนที่ยังไม่ทันได้ระวังตัว
'ซู่มมม!!! ตูมมมมม!!!' เกิดแรงอัดอากาศขึ้น และระเบิดออกอย่างรุนแรง ร่างของเก็ทแมนกระเด็นออกมาทันที เขากระอักเลือดอีกครั้ง ร่างนั้นลอยห่างออกไปประมาณ3ช่วงตัว ก่อนที่จะตกลงบนพื้นหลังคา และยังคงนอนแน่นิ่งอยู่เช่นเดิม
"แกทำให้ข้าผิดหวังมาก บลูไซน์" ซันดะพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยาม "ข้าจะทำให้มันจบเดี๋ยวนี้ล่ะ และข้าจะไปจัดการกับนังโง่นั่นต่อ" เขาก้าวเข้ามายืนอยู่เหนือร่างของเก็ทแมน และยกเท้าขึ้นสูง จากนั้นก็ฟาดเท้าลงมาอย่างรวดเร็วโดยเล็งที่บริเวณลำคอของเก็ทแมน...
'บึ้ก!!' เสียงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ รอยยิ้มอันเหื้ยมโหดอยู่บนใบหน้าของซันดะ...กลับกลายเป็นสีหน้าประหลาดใจ เมื่อภาพที่เขาเห็นนั้นไม่อาจทำใจให้เชื่อได้
เก็ทแมนที่น่าจะแน่นิ่งไปแล้วกลับจับเท้าของเขาเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว เขามีบางอย่างที่เปลี่ยนไป ปากของเขามีไอคุกกรุ่นออกมา ดวงตาที่เคยเป็นปกติ บัดนี้เปลี่ยนเป็นขีดเส้นตรง ... เหมือนกับโซลสตีลเลอร์ เก็ทแมนดันตัวขึ้นพร้อมกับฟาดร่างของซันดะที่กำลังประหลาดใจลงอย่างรุนแรง เสียงร่างกระแทกพื้นหลังคาดังสนั่นหวั่นไหว เขาคำรามก้อง และขว้างร่างของซันดะไปอีกครั้ง ซันดะพลิกตัวกลับลงสู่พื้นหลังคาได้อย่างเฉียดฉิว เลือดสีดำไหลอาบทั่วทั้งตัวและใบหน้า เสื้อฉีกขาดวิ่น เส้นเลือดบริเวณใบหน้าปูดโปนและเต้นตุบๆด้วยความโมโห เขากัดกรามแน่น ก่อนจะเอ่ยถามว่า
"แกเป็นใครกันแน่ ไอ้ยักษ์ทมิษสีดำ นัยน์ตานั่น -- หรือว่าแกก็เป็นโซลสตีลเลอร์ แล้วทำไมถึงไปอยู่กับพวกสวะชั้นต่ำ บลูไซน์? แล้วเลือดของแกทำไมถึงเป็นสีฟ้า?" เขาพ่นคำถามรัวเป็นชุด แต่เก็ทแมนก็ยังคงไม่ตอบคำถามเช่นเดิม ทำให้อารมณ์กราดเกรี้ยวของซันดะยิ่งทวีคูณมากขึ้นไปอีก "ก็ได้!! ข้าจะซัดแกให้หมอบอีกรอบ ถึงเวลานั้นค่อยบังคับให้แกสำรอกออกมา" ซันดะสบถ พลางลุกขึ้นยืนและวาดเท้าขึ้นเหนือศีรษะ และพูดว่า
"จงเกรี้ยวกราด รองเท้าอัสนี "ธันเดอร์ ครอสซิ่ง"!!" บังเกิดสายฟ้าผ่าลงมายังร่างของซันดะ และทันทีที่กระแสไฟฟ้าและกลุ่มควันจางลง รองเท้าของเขาได้เปลี่ยนรูปแบบไปอย่างสิ้นเชิง มันมีลายรูปสายฟ้าและดูเหมือนว่าจะมีกระแสไฟฟ้าสถิตอยู่ภายใน ร่างของซันดะเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยกระแสไฟฟ้าจางๆ เขาเริ่มแสยะยิ้ม และอันตรธานหายไปจากจุดนั้นอีกครั้ง
"ลูกไม้เดิมๆ..." เก็ทแมนพูดเบาๆอย่างไม่ยี่หระ และมองตามขึ้นไปด้านบน ซันดะกระโดดถีบลงมาอย่างรวดเร็ว แต่เก็ทแมนก็ตั้งรับและจับเท้าของซันดะไว้ได้ แต่เมื่อทันทีที่สัมผัส กระแสไฟฟ้าที่ห่อหุ้มตัวของซันดะกลับทวีความรุนแรงเกรี้ยวกราดมากขึ้น ชายร่างยักษ์ถูกกระแสไฟฟ้าช๊อตจนดีดร่างกระเด็นออกมา เสื้อผ้าไหม้ไปส่วนหนึ่ง และมีกระแสไฟฟ้าสถิตอยู่รอบๆ เขาทรุดลงนั่งชันเข่ากับพื้นอีกครั้ง
"มีแต่คนบ้า กับคนโง่เท่านั้นแหละ ที่กล้าจับกระแสไฟฟ้าตรงๆ" ซันดะยังคงพูดดูถูกคู่ต่อสู้ไม่หยุด แต่เก็ทแมนยังคงสีหน้าเฉยเมยเช่นเดิม เขาค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า
[Play BGM(1)]"แค่นี้คงเพียงพอแล้วล่ะนะ สำหรับผู้ร่วมเผ่าพันธุ์" เมื่อซันดะได้ยินก็ทำสีหน้าประหลาดใจอีกครั้ง "หา? เพ้อเจ้ออะไร โดนอัดจนบ้าไปแล้วหรือไง" ซันดะพูดและทำท่าเอียงคอ เลิกคิ้ว แต่เก็ทแมนไม่สนใจ เขากางฝ่ามือยื่นออกมาด้านหน้า ปรากฏสร้อยข้อมือที่มีเครื่องประดับรูปเคียวและหัวกระโหลกสีเลือด และพูดว่า
"จงขานรับคำเพรียกหาแห่งข้า หากเจ้าโหยหาความตาย มหาศาสตราวุธ "ไซธ์ ออฟ ฮาเดส"!!" ม่านอากาศรอบๆตัวของเก็ทแมนแหวกออก มีเงาร่างบางอย่างออกมาเคลื่อนไหวอยู่รอบๆตัวของเขา มันเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยงและสยดสยองจนไม่อาจพรรณาใดๆ สิ่งนั้นได้หลอมรวมเข้ากับเครื่องประดับและกลายเป็นเคียวขนาดยักษ์สีแดงฉานดุจเลือด ซันดะที่เห็นปรากฏการณ์นั้นถึงกับหน้าถอดสี
"เป็นอะไรไป นักรบแห่งแบล็คไซน์" เก็ทแมนกล่าวเป็นเชิงถาม ในขณะที่จรดเคียวไปด้านหลังและตั้งท่าเตรียมพร้อม "อย่าบอกนะว่าเจ้าก็กลัวเป็นเหมือนกัน" คำพูดนี้เองที่ทำให้ซันดะได้สติจากภวังค์แห่งจินตนาการอันสุดแสนสยดสยอง เขารีบซ่อนความรู้สึกที่แสดงออกมาอย่างเด่นชัดทางสีหน้า และกลบเกลื่อนด้วยคำพูดว่า "เฮอะ! มันก็แค่ของเล่นกระจอกๆ"
ซันดะก็จรดท่าเตรียมพร้อมเช่นกัน ทั้งคู่นิ่งไปสักพัก ก็เป็นเก็ทแมนที่เป็นฝ่ายพูดออกมาก่อนว่า "นี่จะเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายแล้วสำหรับข้าและเจ้า จงทุ่มพลังทั้งหมดของเจ้าออกมา -- นี่ข้าเตือนแล้วนะ" มันเป็นคำพูดที่ทำให้ซันดะระเบิดอารมณ์โมโหออกมาอย่างถึงขีดสุด เหตุใดเขาจะต้องพ่ายแพ้ให้กับคู่ต่อสู้ที่พึ่งจะสวนกลับการโจมตีของเขาได้เพียงแค่ครั้งเดียวกันเล่า เขาสบถ "ย่อมได้!! ไอ้สวะโสโครกบลูไซน์ ข้าจะทำให้ปากเหม็นๆของแกมันเงียบสนิทเดี๋ยวนี้ล่ะ รับมือ!!"
ซันดะก้มตัวเล็กน้อย กระแสไฟฟ้าที่รองเท้าของเข้าเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง -- มันรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ ทันใดนั้นเขาคำรามก้อง พร้อมทั้งพุ่งตัวไปยังเก็ทแมนด้วยความเร็วสูง พื้นหลังคาที่เขาผ่านไปนั้นลุกเป็นไฟในทันที "แกรนด์ ไลท์นิ่ง คิก!!!"
ในขณะเดียวกันนั้น เก็ทแมนก็กู่ร้อง พร้อมทั้งพุ่งตัวสวนมาอย่างไม่กลัวเกรงใดๆ ตัวของเขาเริ่มเปล่งแสงเป็นสีเลือด และเลือนหายไปในชั่วพริบตา คงมีแต่เสียงของเขาที่ตะโกนว่า "ฮาร์ท ออฟ โซล!!!" และทั้งคู่ก็ปะทะกันอย่างรุนแรง
'เปรี้ยง!!!!' เสียงดังก้องสะท้านไปในความมืดมิดของราตรีแห่งความตาย กลุ่มควันคละคลุ้งไปทั้วอาณาบริเวณ หลังจากที่เสียงปะทะหยุดลงและม่านควันคลี่คลาย ก็ปรากฏเพียงร่างของบุรุษผู้หนึ่ง...เขาคือผู้ชนะ และอีกคนจบชีวิตลง เหลือเพียงกลุ่มก้อนของวิญญาณที่ส่องสว่างเลือนลางอยู่ท่ามกลางความมืด โดยร่างของเจ้าของที่อยู่เบื้องหลังได้สลายไปกับสายลม
"จงดื่มด่ำกับความตายที่เจ้าปรารถนาเสียเถิด เดสไซธ์" ชายคนนั้นพูดขึ้น สิ่งที่สิงสู่อยู่ในอาวุธของเขาสั่นระริกและพุ่งออกมากัดกินวิญญาณของผู้แพ้อย่างหิวโหย ก่อนที่จะกลืนมันหายเข้าไปในปาก ซันดะตายแล้ว...
แสงจันทร์เริ่มสาดแสงสีเลือดลงมาอีกครั้ง มันส่องกระทบหน้าเก็ทแมนอยู่ชั่วครู่เดียว -- ครู่เดียวเท่านั้น ที่เห็นว่าน้ำตาไหลล้นเอ่อออกมาจากหน้ากากที่เขาสวมใส่ --ก่อนที่แสงจันทร์จะถูกบดบังและกลับมืดมิดตามเดิม... -- กลับมายังบริเวณสวน ศึกระหว่าง อลิซาเบธ และ คาเสะ --
ทุกสิ่งเงียบสงัด -- ทุกอย่างไม่เคลื่อนไหว -- แม้เงาร่าง2ร่างที่เคยประหัตรประหารกันก็ยังหยุดนิ่งไม่ไหวติง ร่างหนึ่งยืนอยู่อย่างไม่มั่นคงนัก และอีกร่าง...ล้มลงนอนกับพื้นและหัวใจหยุดเต้นสนิท การต่อสู้นี้รู้ผลแล้วเช่นกัน ชั่วเวลาที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น?
จบตอนที่1
Credits :: BGM(1) จาก Imeem โดย slipknot เพลง everything-ends