Stage : 2
ตื่น : Wake upรอการวาดภาพประกอบประจำตอนอยู่ครับP.1
ท่ามกลางแสงจันทร์แห่งรัตติกาล ร่างของอลิซาเบธซึ่งถูกสายลมพันธนาการตรึงให้ลอยอยู่เหนือพื้นที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด บาดแผลที่เหมือนโดนของมีคมกรีดผ่านปรากฎให้เห็นอยู่ทั่วไป เสียงหอบหายใจดังขึ้นใกล้ๆ
"แค่นี้ก็เหนื่อยซะแล้วเหรอ ยัยโรคจิตชอบทรมานคนอื่น" อลิซาเบธพูดขึ้นก่อน "แม้แต่เด็กทารกยังไม่ร้องไห้เลยนะแบบนี้ หล่อนทำได้แค่นี้เองนะหรือ?" เธอยังพูดยั่วโมโหอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่องโดยไม่สะทกสะท้านใดๆกับสภาพของตัวเอง
อมนุษย์สาวกัดฟันแน่น ดวงตาเบิกโพลง น่าแปลกที่เธอมีสภาพเหมือนคนที่วิ่งระยะทางไกลมาเป็นเวลานานๆ "แกไม่มีสิทธิ์มาด่าข้าแบบนั้น!! นัง
ฮาร์ฟแวมพ์โสโครก!!" หล่อนเค่นเสียงอย่างสุดชีวิต พร้อมทั้งฟาดสันมืออย่างรวดเร็ว มีคลื่นพลังที่เหมือนใบมีดพุ่งออกไป "คาไมทาจิ!!"
'ฉัวะ!!' มันเฉือนร่างของอลิซาเบธเป็นบาดแผล เลือดสีฟ้าไหลริน แม้จะไม่มีเสียงร้องด้วยความทรมานออกมา แต่แวมไพร์สาวยังคงกัดฟันด้วยความเจ็บปวด พลางพูดตอบโต้ว่า "มันก็จริง เพราะว่าเราเป็นแบบเดียวกัน แต่นั่นคงเป็นเรื่องที่นานมาแล้วล่ะนะ" อลิซาเบธแสยะยิ้มก่อนจะพูดต่อ "ต่างกันตรงที่ แวมไพร์มีพัฒนาการ ส่วนโซลสตีลเลอร์ ... เรื่องพัฒนาการคงพอๆกับ
ออร์คล่ะมั้ง" ทันทีที่พูดจบประโยค อลิซาเบธก็ระเบิดหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย "อ้อ!! แล้วก็คาไมทาจิที่ชั้นรู้จักน่ะ มันร้ายกาจกว่านี้เยอะเลยนะ" เธอพูดกลั้วเสียงหัวเราะ
"แกตาย !!" คาเสะตะโกนก้อง พลางฟาดสันมือปล่อยคาไมทาจิออกไปอีกครั้ง มันพุ่งตรงไปเพื่อผ่าร่างของเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
แต่ทว่า...ใบมีดลมนั้นกลับหายวับไปทันทีที่สัมผัสกับร่างของอลิซาเบธ รวมถึงสายลมที่พันธนาการตัวเธออยู่ก็หายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ร่างหล่นทรุดลงสู่พื้นเบื้องล่าง และพยายามทรงตัวขึ้นยืนในเวลาต่อมา ในขณะที่อีกฝ่ายมีสีหน้าท่าทางไม่สู้ดีนัก
"ดูท่าทาง
'ความสามารถในการผนึก' มันจะใช้พลังมากเกินไปล่ะสินะ สำหรับปีศาจบอบบางแบบเธอ" อลิซาเบธยังคงค่อนขอดคู่ต่อสู้ของเธอไม่หยุด "ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่สมบูรณ์แบบหรอก พลัง
แอคเซสซอรี่ของเธอก็เช่นกัน"
"ทะ ทำไม -- ทำไมถึงเป็นแบบนี้ อย่างกับว่า --" คาเสะชงักเสียงกลางคัน นัยน์ตาเบิกโพลงเหมือนกับฉุกคิดอะไรขึ้นได้ "อย่างกับว่าพลังหายไปส่วนหนึ่ง" อลิซาเบธพูดต่อประโยคให้จนจบ
แวมไพร์สาวเดินก้าวช้าๆเข้าหาคาเสะ เธอมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าตนเองเป็นฝ่ายชนะพูดขึ้น "ฮาร์ทบีมชิลด์ ไม่ได้มีแค่ 'ความสามารถ' ในการสะท้อนพลังโจมตีทุกๆอย่างได้เท่านั้น มันยังสามารถทำให้พลังวิญญานลดลงไปส่วนหนึ่งด้วย" หล่อนอธิบาย ในขณะที่คาเสะซึ่งยังมีความอ่อนล้าบนใบหน้า ทรงตัวให้อยู่ในท่าพร้อมรับมือ
"แต่ถ้าผนึกเพียงแค่พลังของแอคเซสซอรี่ และตรึงแขนข้างเดียวไว้กับที่ ข้ายังมีพลังอีกเหลือเฟือที่จะทำได้" คาเสะตะโกนตอบโต้ และทันใดนั้น ... โดยไม่ทันตั้งตัว แหวนของอลิซาเบธก็ถูกพันธนาการอีกครั้ง แขนซ้ายขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว เหมือนถูกล่ามด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น คาเสะเริ่มแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว
"แกต้องชดใช้ด้วยชีวิต -- และวิญญาน ยัยครึ่งผีดูดเลือด!!" ร่างของอมนุษย์สาวเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เส้นผมสยายยาวขึ้น กล้ามเนื้อขยายตัว ดวงตาที่เป็นขีดเส้นตรงเปลี่ยนเป็นเหมือนงูที่มีพิษร้ายกาจ เล็บที่แหลมคมยืดยาวออกมา ใบหน้าเริ่มกลับกลายเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ และพุ่งเข้าใส่อลิซาเบธอย่างรวดเร็ว
อลิซาเบธไม่มีปฏิกิริยาใดๆ นอกจากยกแขนขวายื่นมาด้านหน้า คาเสะยิ้มอย่างมีเลศนัย ทันใดนั้นแขนของอลิซาเบธก็ถูกพันธนาการอีกครั้ง "ยังจะมีลูกไม้อะไรซ่อนอยู่อีกเหรอ หรือว่าเป็นโล่อีกอันกันล่ะ?" อมนุษย์สาวเย้ยหยันในขณะที่พุ่งเข้ามาใกล้เข้าไปทุกที "แอคเซสซอรี่ทุกอย่างจะหมดอำนาจและสยบแทบเท้าข้า" คาเสะลำพองใจเมื่อเธอพลิกกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ และกำลังจะปลิดชีวิตอีกฝ่ายในอีกเสี้ยววินาทีข้างหน้า
"ไร้ซึ่งปัญญาจนน่าสงสาร -- ไม่สิ -- น่าสมเพชมากกว่า" อลิซาเบธกล่าว ... เหตุการณ์หลังจากนั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา แต่ในห้วงแห่งความตายนั้นเหมือนจะนานหลายนาทีเลยทีเดียว คาเสะคำรามก้องและกระโจนเข้าใส่หมายจะปลิดวิญญานของอลิซาเบธ --- ด้วยความคิดว่าอีกฝ่ายถูกพันธนาการเขี้ยวเล็บทุกสิ่งอย่างหมดสิ้น ปลายเล็บที่แหลมคมของคาเสะกำลังจะสะบั้นคอของเหยื่อ ... "ปลดปล่อยพลังงานทั้งหมด" ... เสียงสุดท้าย ... ที่คาเสะได้ยิน ประกายแสงสีฟ้าเข้มพุ่งออกมาจากมือขวาของอลิซาเบธ แทงทะลุผ่านร่างอันน่าเกลียดของอมนุษย์กินวิญญาน โซล สตีลเลอร์ มันกรีดร้องโหยหวนก่อนที่จะล้มฟุบและแน่นิ่งไป สายลมที่พันธนาการอลิซาเบธไว้อันตรธานหายไปอย่างเงียบๆ
"บังเอิญว่าอาวุธของชั้นไม่ได้มีแต่แอคเซสซอรี่น่ะสิ" อลิซาเบธยังคงพูดกับตัวเองแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายสิ้นลมหายใจไปแล้ว "ขอขอบคุณวิทยาศาสตร์
'พลาสม่าเบลด' ที่กำเนิดจากสิ่งนั้น ไม่ถูกผนึกด้วย
'เงื่อนไข' ของศาสตร์โบราณหรอกนะ" เธอยิ้มท่ามกลางความมืด ร่างของผู้แพ้กำลังเริ่มสลายกลายเป็นม่านควันสีดำทมิฬที่มืดมิดยิ่งกว่าความมืดแห่งรัตติกาล ดวงวิญญานที่ปรากฏจากกลุ่มควันมี2ดวง หนึ่งคือวิญญานแปดเปื้อนของคาเสะที่แตกร้าวและสลายหายไปในระยะเวลาไม่นานนัก อีกหนึ่งคือวิญญานของหญิงชราที่ได้รับการปลดปล่อยไปสู่สุขาวดีก่อนที่จะถูกย่อยสลาย ทุกอย่างจบลง...
-- ศึกระหว่างยูดา และ โฮโน่ --
การต่อสู้ที่สูสีกันนี้เริ่มมาได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้ว ทั้งคู่ผลัดกันรุกรับโรมรันอย่างว่องไว เมื่อได้จังหวะ ยูดาพุ่งเข้าไปหาโฮโน่ด้วยความรวดเร็วและฟันด้วยดาบ แต่อีกฝ่ายกลับพลิกตัวหลบเพียงเล็กน้อยโดยไม่มีบาดแผลใดๆ และจรดฝ่ามือไปที่ยูดา "กระบวนท่าฝ่ามือคลื่นกระแทก" โฮโน่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย
'ตูมมมมม!!!!!' เสียงระเบิดอัดกระแทกที่รุนแรงกว่าของซันดะดังขึ้น ร่างของยูดาลอยออกมา แต่ชายหนุ่มใช้เท้ายันร่างเอาไว้ได้ก่อนจะกระแทกกำแพง ... เขาใช้ตัวดาบรับคลื่นกระแทกไว้ได้อย่างฉิวเฉียด แม้ข้อมือจะสั่นระริก แต่ก็มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
"เห็นทีข้าคงไม่ต้องออมมือให้เจ้าแล้ว ยูดา" โฮโน่กล่าวขึ้นหลังจากเห็นอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรเลยทั้งๆที่น่าจะโดนการโจมตีเข้าไปเต็มๆ เขาไขว้แขนทั้งสองข้างมาด้านหน้า หงายฝ่ามือขึ้นแล้วค่อยๆพูดว่า "จงลุกไหม้ สนับเปลวไฟทำลายล้าง "ไฟร์ ครอสซิ่ง"!!" เมื่อกล่าวจบ สนับแขนของโฮโน่กลับมีเปลวเพลิงลุกพรึ่บขึ้นมาทันที เขาแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวและตั้งท่าเตรียมพร้อมโจมตี
"ก็ถึงว่า ทำไมการโจมตีของนายถึงได้มองออกง่ายๆแบบนั้น" ยูดายิ้ม พลางจรดดาบขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มีอะไรบางอย่างที่แปลกไปจากเดิม ตัวดาบของยูดาเริ่มเปล่งแสงสีทองออกมา "เห็นแบบนี้แล้ว ก็คงจะต้องเลิกออมมือไว้เหมือนกัน เพื่อเกียรติแห่งนักสู้ของเราทั้งคู่" จากนั้นภาพที่อายล์เห็นคือบุรุษทั้งสองกระโจนเข้าใส่กันด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม ทั้งๆที่พวกเขากำลังจะเข่นฆ่ากันในไม่ช้า
P.2
'เปรี้ยง!!' เสียงดังกึกก้องไปทั่ว จากการปะทะกันระหว่างคมดาบของยูดาและสนับแขนเปลวเพลิงของโฮโน่ แรงกระแทกทำให้ร่างของทั้งสองผละออกจากกัน เปลวไฟจากปลอกแขนที่พุ่งกระจายออกมาตามแรงปะทะพุ่งตรงไปยังเด็กสาวที่หลบอยู่ด้านหลังเครื่องมือรูปทรงกลมสามอัน เธอเริ่มกรีดร้องและก้มตัวลงตามสัญชาตญาณ
น่าแปลกที่เปลวไฟนั้นกลับไม่สามารถทะลุผ่านม่านบางๆที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างเครื่องมือทรงกลมทั้งสามได้ มันเหมือนกระทบและถูกทำให้หายไปในชั่วพริบตา สร้างความแปลกใจให้กับอายล์อย่างมาก แต่มันก็ทำให้เธอรู้ว่าการหลบอยู่ภายในเจ้าสิ่งนี้จะปลอดภัยกว่า
โฮโน่มองไปยังยูดาซึ่งดาบกำลังมีเปลวไฟลุกไหม้อย่างน่ากลัว อมนุษย์ยิ้มและพูดว่า
"เปลวไฟของข้าสามารถละลายได้แม้เหล็กกล้า ดูท่าดาบของเจ้าคงจะทนมันได้ไม่นาน" แต่ยูดายังคงนิ่งอยู่ และทันใดนั้นก็เกิดสิ่งน่าประหลาดที่ทำให้โฮโน่เบิกตาโพลงด้วยความประหลาดใจ เมื่อเปลวไฟที่กำลังเผาผลาญตัวดาบอย่างผิดธรรมชาตินั้นกลับค่อยๆจางหายไปในตัวดาบ ราวกับถูกดูดเข้าไปจนหมดสิ้น มันกลับมาเปล่งแสงเรืองรองอีกครั้ง
"บังเอิญดาบของชั้นก็มีพลังในการดูดกลืนพลังงานทุกชนิด ขอโทษทีที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า" ยูดาพูดติดตลก แต่มันกลับทำให้โฮโน่กัดกรามแน่น กล้ามเนื้อของเขาเต้นตุบๆด้วยความพยายามในการสะกดกลั้นความโกรธและความอับอาย "แต่ตัวของแกคงดูดกลืนพลังงานไม่ได้ใช่ไหม ข้ารับรองว่าแกจะต้องไม่เหลือแม้กระทั่งซาก" โฮโน่จรดมือสู่ท่าฝ่ามือคลื่นกระแทกจากระยะไกล และปล่อยมันออกมาพร้อมกับเปลวเพลิงที่พุ่งมายังยูดา "ฝ่ามือเพลิงกระแทก!!"
ชายหนุ่มตวัดดาบผ่าเปลวเพลิงซึ่งต่อมันมันถูกดูดหายเข้าไปในตัวดาบอีกครั้ง ในชั่วพริบตานั้นโฮโน่ก็เข้ามาประชิดตัวและชกใส่อย่างรวดเร็ว เขารับหมัดด้วยด้ามดาบได้อย่างหวุดหวิด และตอบโต้ด้วยการเตะ โฮโน่ตั้งการ์ดรับลูกเตะนั้นและผละออกไปด้วยแรงปะทะอีกครั้ง
ทั้งคู่ต่างละสายตาจากฝ่ายตรงข้าม เมื่อได้ยินเสียงและสัมผัสได้ถึงการมาของอีกคน เขาคือเกทแมนที่เสร็จศึกกับซันดะแล้วนั่นเอง ที่แม้เขาจะลงมาอย่างแทบจะไร้สุ้มเสียงใดๆ แต่ก็ไม่อาจอำพรางตัวเองจากนักรบทั้งสองคนได้ เขากล่าวว่า "ด้วยเกียรติแห่งบลูไซน์ ข้าจะไม่ยื่นมือเข้าไปในการดวลตัวต่อตัวครั้งนี้ ส่วนศึกของข้ากับน้องชายของเจ้า...ข้าเป็นฝ่ายชนะ และเขา... ดับสูญ"
จากคำพูดที่ได้ยินทำให้เปลวไฟแห่งความโกรธแค้นในตัวโฮโน่ระเบิดอย่างรุนแรง เขาตะเบ็งเสียงกู่ร้องดังก้อง เปลวไฟจากสนับก็โหมไหม้รุนแรงขึ้น "ไม่ ... น้องข้า!! พวกแก!!"
แต่ฝันร้ายของเขายังไม่จบสิ้น เมื่อมีอีกคนเดินมาสมทบ เธอคืออลิซาเบธนั่นเอง โดยไม่ต้องกล่าวอะไร โฮโน่รู้ได้ทันทีว่าน้องทั้งสองของเขาจบชีวิตลงแล้วอย่างแน่นอน สติของเขาขาดผึง ไร้ซึ่งความคิด ไร้ซึ่งเหตุผลใดๆ เขายังคงคำรามเสียงดัง ที่ไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นเพราะความโศกเศร้าหรือความแค้นเคือง เพราะไม่มีแม้กระทั่งหยดน้ำตาบนใบหน้าของเขา
"มันคือโชคชะตาของพวกเราทั้งสองฝ่าย...ข้าขอแสดงความเสียใจด้วย" ยูดากล่าวทั้งๆที่ยังคงระแวดระวังในท่าทีของโฮโน่ แต่มันไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย โฮโน่สบถในขณะที่ร่างกายของเขาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป เปลวเพลิงจากปลอกแขนโหมกระหน่ำขึ้นจนครอบคลุมไปทั่วร่าง กล้ามเนื้อขยายตัวออกจนฉีกเสื้อผ้าขาดวิ่น ริมฝีปากฉีกกว้าง มีเขี้ยวแหลมคมงอกออกมา สภาพของเขาไม่หลงเหลือเค้าเดิม ดูน่าขนพองสยองเกล้ายิ่งกว่าคาเสะ เปลวไฟที่ร้อนแรงห่อหุ้มอมนุษย์ตนนี้ไว้ราวกับเป็นทาสรับใช้
"ข้าจะมอบชะตาแห่งความตายให้พวกเจ้าทุกคน!!" อมนุษย์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่เยือกเย็นเช่นเดิมอีกแล้ว มันแหบแห้งและผสมผสานกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย และก่อนที่ใครจะคาดคิด มันได้พุ่งทะยานเข้าใส่ยูดาอย่างรวดเร็ว
'ตูมมมม!!' เสียงกำปั้นกระแทกกำแพงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ เปลวไฟลุกไหม้ขึ้น แวมไพร์หนุ่มยูดาหลบการโจมตีนั้นได้อย่างไม่มีที่ติ เขาอยู่ด้านหลังสิ่งที่ดูเหมือนสัตว์ร้าย คมดาบเปล่งแสงจ้า ยูดาสบัดดาบลงอย่างรวดเร็ว "มิสติค สแลช!!" แสงที่เคลือบดาบถูกฟาดฟันออกมาเป็นคลื่นพลังที่มีความคม มันพุ่งตรงไปยังโฮโน่และโดนที่กลางหลังอย่างจัง มันบาดลึกลงไปในร่าง เลือดสีดำพวยพุ่งออกมาราวกับสายน้ำ อมนุษย์คำรามด้วยความเจ็บปวด หรืออาจเป็นความเคียดแค้นที่เพิ่มมากขึ้น
มันผละจากกำแพงแล้วพุ่งเข้าหายูดาอีกครั้ง แต่คราวนี้ใช้วิธีการปล่อยเปลวไฟเข้าใส่ก่อน เมื่อยูดากระโดดและพลิกตัวหลบจึงรู้ตัวว่าติดกับเข้าเสียแล้ว โฮโน่พุ่งเข้าใส่ยูดาที่อยู่กลางอากาศ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เขาถูกชกที่ท้องเต็มแรง ร่างลอยคว้างและตกลงกับพื้น เปลวไฟลุกไหม้ขึ้นจากจุดที่โดนชก และลามไปอย่างรวดเร็ว
'ฉึก!' ยูดากลับทำสิ่งตรงกันข้าม เขาแทงดาบทะลุผ่านจุดที่โดนชก ตัวดาบดูดเปลวไฟเข้าไปในตัวของมันเอง เลือดสีฟ้าไหลซึมออกมาผ่านชุดสูทหรูหราของเขา น่าแปลกที่เขาไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวดใดๆ และดึงดาบออกราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น อายล์สังเกตเห็นว่าเหมือนปากแผลจะปิดสนิททันทีที่ดึงดาบออก
โดยทันทีที่ดึงดาบออกจากร่าง ยูดาก็ต้องรับการโจมตีที่ตามมาอีกครั้ง เขาใช้ดาบรับกำปั้นมหึมาของโฮโน่ ร่างถูกผลักให้ถอยไปด้านหลังทั้งๆที่ยังนอนอยู่ เขากระโดดตีลังกาหลัง กลับสู่ท่ายืนและตั้งท่าเตรียมพร้อมทันที แต่ต้องแปลกใจเมื่อศัตรูไม่ได้ตามเข้ามาเพื่อโจมตีซ้ำแต่อย่างใด อมนุษย์กระโดดถอยไปด้านหลังเช่นกัน ทั้งคู่ต่างรู้ด้วยสัญชาตญาณทันทีว่าการโจมตีครั้งต่อไปจะเป็นกระบวนท่าที่รุนแรงที่สุด เพื่อปิดฉากการต่อสู้ที่เหมือนจะยืดเยื้อยาวนานนี้ในขณะที่ยังมีแรงและพลังวิญญาณเหลืออยู่
ทั้งคู่ดูสงบนิ่งไม่ไหวติงอยู่ชั่วครู่ ผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นรู้สึกได้ถึงความตึงเครียด ทุกอย่างเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจ เสียงเปลวไฟที่ลุกไหม้ และเสียงกลไกจากนาฬิกาลูกตุ้มแบบโบราณที่ตั้งอยู่ เหมือนกับมีสัญญาณบอกล่วงหน้า โฮโน่คำรามขึ้นพร้อมกับเปลวเพลิงที่ลุกไหม้คลุมทั้งร่างทวีความรุนแรงขึ้น มันไหลไปรวมที่หมัดขวาราวกับมีชีวิต ดวงตาจับจ้องไปที่ยูดาซึ่งก้มตัวลงเล็กน้อย พร้อมกับวาดดาบไปด้านข้างในท่าเตรียมฟัน มันเปล่งแสงขึ้นเรื่อยๆ แต่สีหน้าของยูดาดูว่างเปล่าเหมือนกับไม่มีความรู้สึกใดๆ สัตว์ร้ายแห่งเปลวเพลิงพุ่งเข้าใส่อีกครั้งพร้อมทั้งชกเข้าใส่ดาบเวทย์มนตร์ แสงจากการปะทะนั้นสว่างวาบแสบตา และเสียงระเบิดดังขึ้น
ร่างของทั้งคู่กระเด็นออกมาจากแรงปะทะ เปลวไฟพวยพุ่งออกมาลุกลามไปทั่วอาณาบริเวณ แวมไพร์หนุ่มพลิกตัวกลางอากาศใช้เท้ายันกำแพง เช่นเดียวกับอมนุษย์แห่งไฟที่พลิกตัวและถีบพื้นพุ่งเข้าใส่กันอีกครั้ง...
'แก๊ง!!...แก๊ง!!...แก๊ง!!' เสียงจากนาฬิกาโบราณดังขึ้น เป็นการบอกเวลาตามปกติของการมีอยู่ ... ทั้งหมด10ครั้ง ... เหตุการณ์ต่อไปนี้เกิดขึ้นแทบจะพร้อมๆกัน
"กรี๊ดดดดดดด!!!!!!" เสียงร้องของเด็กสาวดังขึ้น พร้อมกับมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างของอายล์ ที่ที่เธอนั่งอยู่เหมือนกับมีลมที่มองไม่เห็นพัดกรรโชกขึ้นมาอย่างรุนแรง ตามมาด้วยแสงสว่างวาบ เธอใช้มือทั้งคู่กุมที่ศีรษะ กรีดร้อง และก้มหน้าลงร้องไห้กับพื้น ดูทุกข์ทรมานกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"บัดซบ เวลาแห่งพันธสัญญาเริ่มขึ้นแล้วรึ" เก็ทแมนพูดขึ้น แต่ก่อนที่ทุกคนจะเคลื่อนไหวใดๆ โฮโน่ที่หยุดชงักกลางคันหลังได้ยินเสียงร้องของเด็กสาว ก็จะผละจากยูดาพุ่งเข้าใส่อายล์ทันที
"เจ้าพลาดไปแล้วล่ะ ที่คลาดสายตาจากคู่ต่อสู้" เสียงยูดาพูดขึ้น ร่างของเขาหายวับจากจุดเดิม มาอยู่ด้านหลังของโฮโน่ ดาบในมือฟาดฟันลงหมายปลิดชีวิต แต่สัตว์ร้ายเอี้ยวตัวหลบให้รอดพ้นจุดตายได้อย่างเฉียดฉิว สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือ 'แขนซ้าย' ของมันเอง ที่ถูกฟันจนขาดกระเด็น มันแผดร้องคำรามอย่างเคียดแค้นและเจ็บปวด ตอบโต้ผู้ที่กระทำมันด้วยการเหวี่ยงท่อนแขนอีกข้างใส่อย่างจัง จนกระเด็นลอยออกไป
เด็กสาวที่ได้ยินเสียงคำรามในระยะใกล้ เงยหน้าขึ้นมาดูสิ่งที่เกิดขึ้น ... ภาพที่โหดร้ายแทรกซึมจากดวงตาสู่สมอง และความหวาดกลัวพุ่งทะลวงสู่ขั้วหัวใจ หยาดหยดเลือดสีทมิฬพุ่งทะลักกระเซ็นติดม่านพลังที่ปกป้องคุ้มครองเธออยู่ แต่มันไม่ได้ช่วยปิดกั้นความกลัวได้ อมนุษย์ตนนั้นเริ่มทำสิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุด ด้วยการชกม่านพลังอย่างสุดแรง ครั้งแล้ว ครั้งเล่า จนเกิดเป็นรอยร้าวเล็กๆขึ้น
ทั้งยูดา เก็ทแมน อลิซาเบธ ต่างพุ่งเข้าหาโฮโน่พร้อมกัน ยูดาเงื้อดาบหมายที่จะฟันไปที่ลำคอของอมนุษย์ ... แต่แล้ว ความกลัวที่มาถึงขีดสุด บีบคั้นเด็กสาววัย17ปี เธอเริ่มคุมสติไม่อยู่ เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง พลังลึกลับในตัวของเธอระเบิดออกมาอย่างรุนแรง โดยไม่สนใจอะไร มันพุ่งทะลุทำลายม่านพลังสลายไปสิ้น ทุกฝ่ายที่อยู่รอบตัวถูกแรงอัดนี้กระเด็นไปคนละทิศทาง ที่โชคร้ายที่สุดคือผู้ที่อยู่ใกล้ที่สุด... โฮโน่ ที่ถูกแรงอัดในระยะประชิด กระเด็นไปฝังร่างอยู่ที่ข้างกำแพง เปลวไฟจากตัวเริ่มมอดดับลง และแน่นิ่งไป แต่เปลวไฟภายในบ้านยังคงโหมกระหน่ำแรงขึ้นเรื่อยๆ
ฝ่ายยูดา เก็ทแมน และอลิซาเบธ ที่สามารถพลิกตัว ใช้ฝ่าเท้ายันกับกำแพงและพื้น ลงมายืนได้ ยังไม่มีใครกล้าที่จะเข้าใกล้ต้นตอของแรงระเบิดเมื่อครู่ จนกระทั่งแวมไพร์หนุ่มตัดสินใจที่จะเป็นคนวิ่งเข้าไปหาอายล์แต่เพียงผู้เดียว
เขาพูดกับเด็กสาวยังคงคุมสติไม่อยู่ในขณะนั้น "อายล์ นี่ชั้นเอง ยูดาไง ทุกอย่างจบลงแล้ว ใจเย็นๆ พวกเราจะปกป้องเธอเอง" แต่เหมือนจะไม่ได้ผล เมื่อเด็กสาวยังไม่ละสายตาจากร่างของอมนุษย์ที่น่ากลัว เธอสบัดมือของยูดาออกและเริ่มจะกรีดร้องอีกครั้ง ดูเหมือนการระเบิดครั้งต่อไปจะตามมาในไม่ช้า
[Play BGM(2.1)]ในขณะนั้นเอง ยูดาทำสิ่งที่พวกพ้องของเขา หรือแม้กระทั่งตัวอายล์เองก็ไม่คาดคิด สิ่งที่ทำให้อลิซาเบธถึงกับอุทานออกมาว่า "ต๊าย" พลางเอามือป้องปาก
เขาประทับริมฝีปากของเขาลงบนริมฝีปากชมพูระเรื่อของเด็กสาว เธอตะลึงงัน ทุกๆอย่างเหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่ การจูบค้างอยู่อย่างนั้นชั่วครู่ ยูดาจึงถอนริมฝีปากของเขาออก "เอาล่ะ ใจเย็นลงบ้างแล้วใช่ไหม?" เขาถาม เด็กสาวยังคงทำอะไรไม่ถูก ยูดาพึ่งสังเกตว่าสีผมของเธอเริ่มเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้ม เป็นสีฟ้าขึ้นมาจากรากผม
เมื่อทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย อาการปวดหัวของเด็กสาวก็กลับมาอีกครั้ง เธอเริ่มกุมศีรษะและแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา "ไม่ต้องห่วง อาการจะหายไปเมื่อเธอ 'เปลี่ยนเป็นบุคคลแห่งคำมั่นสัญญา' โดยสมบูรณ์" ยูดากล่าว "เราต้องรีบออกจากที่นี่ ก่อนที่พวกเรดไซน์จะแห่กันมา อ้อ พวกแบล็คไซน์ด้วย" อลิซาเบธพูดขึ้น บ้านของอายล์ในเวลานี้ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้แรงขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนจากด้านนอกเริ่มเอะอะโวยวาย และได้ยินเสียงไซเรนจากรถดับเพลิงดังมาไกลๆ "แต่ก่อนอื่นคงต้องกินนี่ฟื้นคืนพลังก่อน" อลิซาเบธหยิบช๊อคโกแลตรูปหัวใจออกมา อันหนึ่งส่งให้ยูดา อีกอันส่งให้อายล์ และอีกอันเธอถือไว้และเริ่มกินมันเสียเอง "ยาฟื้นพลังวิญญานน่ะ แต่ชั้นทำออกมาเป็นรูปช๊อคโกแลต เข้าท่าใช่ไหม?" เธอพูดพลางเคี้ยวอย่างมีความสุข "กินแล้วเดี๋ยววิ่งปร๋อเลยเชียวล่ะ"
แต่มันไม่ได้ทำให้อาการของอายล์ดีขึ้นเลย เธอคิดว่าเมื่อไหร่กันที่การ 'เปลี่ยนเป็นบุคคลแห่งคำมั่นสัญญา' อะไรนั่นจะสิ้นสุดลงเสียที ตอนนี้ปวดหัวแทบจะระเบิดอยู่แล้ว และเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี
...กลางท้องฟ้าที่มืดมิด ไม่มีใครมองเห็นปรากฏการณ์นี้ นอกจากบุคคลพิเศษ กลุ่มเมฆสีดำเริ่มหมุนวนและแหวกออก ท้องฟ้าปั่นป่วน ใจกลางช่องว่างนั้นมีบางสิ่งพุ่งออกมาเป็นทาง มันเหมือนเป็นหนึ่งสิ่ง แต่เมื่อพินิจดูกลับพบว่าเป็นหลายๆล้าน
"พวก
ดีลีทเตอร์ มาแล้ว...เราต้องรีบไป เดี๋ยวนี้" ยูดาพูดขึ้นเมื่อเห็นเหตุการณ์บนท้องฟ้าจากห้วงมโนภาพของเขา "แค่พวกดีลีทเตอร์เอง จัดการซะก็สิ้นเรื่อง จะแค่กี่ตัวกัน" อลิซาเบธพูดเป็นเชิงถาม
"ห้าสิบล้าน... ไม่สิ ที่ถูกคือห้าสิบล้านสองแสนหนึ่งหมื่นสี่พันตนต่างหาก" ยูดากล่าว ทำเอาอลิซาเบธถึงกับทำหน้าแหย ในขณะที่ดีลีทเตอร์ที่ว่านั้นกำลังพุ่งลงมายังจุดที่พวกเขาอยู่อย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด...
P.3
[Play BGM(2.2)]"ต้องรีบพาตัวเธอไปที่ 'มิว' ก่อนที่การ 'เปลี่ยนเป็นบุคคลแห่งคำมั่นสัญญา' จะสิ้นสุดลง ... เก็ทแมน" ยูดาหันหน้าไปทางเก็ทแมนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ "ฝากเธอด้วย และอลิซ เธอคอยคุ้มกันอีกทีหนึ่ง เพราะแอคเซสซอรี่ของพวกนายไม่ใช่แบบที่โจมตีระยะไกล" เขาเดินมาทางอายล์ ที่ตอนนี้เส้นผมของเธอเปลี่ยนเป็นสีฟ้าไปแล้วครึ่งหนึ่ง ทรุดตัวลงนั่งชันเข่าหนึ่งข้างใกล้ๆ แล้วพูดกับเด็กสาวว่า
"เธออยู่ที่โลกของพวกเรดไซน์ไม่ได้แล้วล่ะ อายล์ เราจะพาเธอไปที่โลกของพวกเรา ขอจงเชื่อมั่นในตัวชั้น" เขาพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง แต่แฝงไปด้วยแววตาที่ดูอ่อนโยน
แม้เด็กสาวจะจับใจความไม่ได้เท่าไรนักเนื่องจากอาการปวดหัวที่ยังคงอยู่ แต่ความคิดของเธอที่ผุดขึ้นมาชั่วเวลาเดียวกับที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่คือ แม้จะแสดงการขัดขืนอะไรไปก็คงไร้ประโยชน์สิ้นดีกับสภาพของเธอในตอนนี้ ดังนั้นคงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่จะต้องทำตามคำพูดของคนกลุ่มนี้ แต่เธอยังโล่งใจ ที่ดูท่าทางแล้วพวกเขาน่าจะหวังดีกับตัวเธอจริงๆ แม้จะมีหลากหลายคำถามในจิตใจก็ตาม...
"เราต้องรีบไป... ทันที" เก็ทแมนเอ่ยในขณะที่เดินเข้ามาและอุ้มร่างของเด็กสาวขึ้น... อลิซาเบธทำหน้านิ่วแล้วพูดว่า
"นี่!! ไม่มีความโรแมนติคมั่งเลยหรือไงยะ!!" เธอแหวใส่เก็ทแมน แต่เขาทำเหมือนกับไม่ได้ยินอะไร ยูดายกมือขึ้นปรามเมื่อเห็นว่าอลิซาเบธกำลังจะเดินเข้าไปทำอะไรบางอย่างกับเก็ทแมนด้วยความหมั่นใส้ จนในที่สุดพวกเขาทั้งหมดก็ออกมายืนอยู่ที่สวนหลังบ้าน ที่มีเพียงพุ่มไม้ รั้วสูงล้อมรอบ และบ้านที่อยู่ติดกันเท่านั้น จึงทำให้อายล์เกิดความสงสัยว่า พวกเขาจะออกไปจากที่นี่อย่างไรเมื่อไม่มีประตู เด็กสาวเอ่ยถาม
"เราจะมุ่งตรงไปยัง 'ทางเข้า' โดยตรง 'ประตู' อยู่ที่นั่น ส่วนประตูในความหมายของเธอ คงไม่จำเป็น" อลิซาเบธตอบ แม้มันจะดูวกวนและทำให้ยิ่งสงสัยมากขึ้น แต่เด็กสาวก็เข้าใจในความหมายนั้นเกือบจะทันที
เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในความเป็นจริง เมื่อทั้งสามคนกระโดดลอยตัวจากพื้นที่ที่ยืนอยู่ด้วยความสูงราวกับไม่ถูกพันธนาการด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก ขึ้นไปบนหลังคาของตึกที่อยู่ข้างๆได้เหมือนเป็นเรื่องปกติ "จับแน่นๆนะ เราจะวิ่งกันแล้วล่ะ" ยูดาหันมาบอกเด็กสาว "พวกมันกำลังจะมาถึงแล้ว... ไป!!"
ร่างของกลุ่มคนทั้งหมดพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าด้วยความรวดเร็ว และเกือบจะทันทีที่มีสายลมกรรโชกแรงตรงจุดนั้น... นั่นคือภาพที่มนุษย์ธรรมดาจะมองเห็น แต่หากมองจากมุมมองของ ยูดา เก็ทแมน และอลิซาเบธแล้ว สายลมนั้นกลับเป็นรูปร่างลักษณะกึ่งโปร่งแสง สีดำ รูปร่างเหมือนห่มผ้าขาดๆทั้งตัว ทุกตนสวมหน้ากากขาว เคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบดุจลมพัด และมีจำนวนมหาศาลอย่างน่าสะพรึงกลัว มันหักเลี้ยวอย่างกระทันหันและเร่งความเร็วไล่ตามพวกเขาอย่างไม่ลดละ
"พวกมันมาแล้ว เก็ทแมน อลิซาเบธ ฝากเธอด้วย!!" ยูดาตะโกนในขณะที่พวกดีลีทเตอร์กำลังใกล้เข้ามา พวกเขากระโดดข้ามจากหลังคาตึกหนึ่ง ไปยังดาดฟ้าของตึกที่อยู่ใกล้ที่สุด และเคลื่อนที่ด้วยการวิ่งและกระโดดอย่างผิดธรรมชาติ มันดูปราดเปรียวและคล่องแคล่วเกินกว่าที่มนุษย์จะทำได้
"จงทะยานปลิดชีพ 'ดับเบิ้ล-ครอส' !!" ยูดากางฝ่ามือทั้งสองข้างออก ประกายแสงวูบวาบที่ฝ่ามือมาพร้อมกับปืนสีนิลสองกระบอกที่หมุนควงอยู่ เขาจับปืนและสบัดหันไปทางดีลีทเตอร์ตัวหนึ่งที่เร่งความเร็วมากระชั้นชิดที่สุด
'ปัง ๆ!!' เสียงปืนดังขึ้น พร้อมกับหน้ากากของดีลีทเตอร์แตกออก ร่างของมันสลายหายไปทันที แต่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เหล่าดีลีทเตอร์อีกหลายๆตัวก็เร่งความเร็วเข้ามาประชิดและเกือบจะล้อมพวกเขาแล้วเช่นกัน
“มิสติคกัน โพสิชั่น –- ‘ควิกดรอว์’ ” สิ้นเสียงของยูดา ...ราวกับห้วงเวลาโดยรอบเคลื่อนที่ช้าลง เขายิงปืนเวทย์มนต์ไปยังเป้าหมายทั้งหมดอย่างแม่นยำ เมื่อสังหารเป้าหมายสุดท้ายแล้ว เวลาก็เริ่มเดินตามปกติอีกครั้ง แต่หากมองจากสายตาผู้อื่น กลับพบว่ายูดาเคลื่อนไหวรวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์
กลุ่มของยูดา และผู้ไล่ตาม ยังคงเคลื่อนไหวผ่านหลังคาและดาดฟ้าตึกที่เรียงรายในยามค่ำคืน ฝ่ายแรกทำได้เพียงแค่เคลื่อนที่และสังหารเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ไม่อาจจะตอบโต้อีกฝ่ายให้สิ้นซากได้ หนทางเบื้องหน้าเป็นตึกที่มีระดับต่ำกว่าและอยู่ค่อนข้างไกลกว่าจุดอื่นๆ แวมไพร์หนุ่มพยักหน้าให้กับอลิซาเบธและเกทแมน เป็นสัญญาณให้ทั้งคู่พร้อมทั้งเด็กสาวในอ้อมแขนเร่งความเร็วล่วงหน้าไปก่อน ส่วนตัวเขาก็ลดความเร็วลงเล็กน้อย
ดวงจันทร์ในคืนข้างแรม ดูโดดเด่นอยู่บนม่านฟ้าทมิฬแห่งรัตติกาล เงาร่างของแวมไพร์หนุ่มทาบทับลงไปบนแสงสลัวแห่งค่ำคืน เขากระโดดหันหลัง และทิ้งตัวตามแรงโน้มถ่วงของโลก พร้อมกับไขว้ปืนทั้ง2กระบอก เล็งไปยังฝูงดีลีทเตอร์ที่กำลังไล่ตามเป็นเงามืด และเหนี่ยวไกรัวยิงเข้าใส่ กระสุนปืนเวทย์มนต์วิ่งเป็นสายพุ่งเข้าทำลายหน้ากากของดีลีทเตอร์ที่อยู่ด้านหน้า และเจาะทะลวงผ่านร่างที่สลายไปสังหารเป้าหมายด้านหลัง
ยูดาพลิกตัวกลับลงสู่ตึกเบื้องล่างอย่างนิ่มนวล และพุ่งทะยานไปด้านหน้า เพื่อไปสมทบกับพวกเก็ทแมนที่เร่งความเร็วนำไปก่อนแล้ว...
ในตรอกเล็กๆ ลับสายตาผู้คน แสงเรืองรองสีเขียวอมเหลืองสามดวง ปรากฏขึ้นอย่างผิดธรรมชาติราวกับมันลอยอยู่กลางอากาศ และกลุ่มของอลิซาเบธ อายล์ และเก็ทแมน ก็กระโดดลงมาจากหลังคาบ้านหลังหนึ่ง แสงเหล่านี้คือประตูสู่ ‘มิว’ ที่อลิซาเบธพูดถึงอย่างแน่นอน
“ ’ประตู’ ใช้ได้แค่หนึ่งครั้งเท่านั้น แต่ระยะเวลาก่อนจะหายไปพวกมันอาจจะแทรกตัวเข้าไปได้...” ยูดารำพึง พลางหันกลับไปมองฝูงดีลีทเตอร์ที่แม้จะถูกดันให้ถอยไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่กลับปราศจากความกลัวและรวมกลุ่มกันไล่ตามอีกครั้ง เขาตะโกนบอกพวกอลิซาเบธที่ด้านล่างว่า
“พวกนายล่วงหน้าเข้าไปก่อน ชั้นจะถ่วงเวลาไว้ให้เอง” และหลังจากที่พวกอลิซาเบธ หายเข้าไปใน ‘ประตู’ ทั้งสองบานแล้ว มันก็เริ่มที่จะค่อยๆหดเล็กลงเรื่อยๆ ยูดาพุ่งตัวลงสู่พื้นและหันหลังกลับ เท้าไถลไปกับพื้น และตั้งมั่นเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวอย่างกระทันหัน ปืนสองกระบอกหายไปจากมือของเขา แสงเรืองรองจากกำไลศาสตราวุธส่องประกาย ดวงตาสีน้ำเงินจับจ้องมองดูฝูงดีลีทเตอร์ที่กำลังพุ่งเข้ามาล่าสังหารศัตรูตามธรรมชาติของพวกมัน... จบตอนที่2
Credits :: BGM(2.1) จาก Imeem โดย คิว วง ฟลัวร์ เพลง destiny Ost.Witch Yoo Hee - เพลงประกอบละครซีรี่ย์เกาหลี "กับดักหัวใจของยัยแม่มด"
BGM(2.2) จาก Imeem โดย Epica เพลง Cry for the moon